A little Histoy of Lieterature by John Sutherland : EP 001

 เป็นครั้งแรกที่เป็นช่วงเวลาได้มาเจอกับหนังสือที่แทบจะทำให้วางไม่ลง อีกทั้งยังเป็นหนังสือที่ไม่ใช่วรรณกรรมแต่กลับพาเราไปทำความรู้จักกับวรรณกรรมที่ย้อนไปหลายศตววษหรือมากกว่านั้น เป็นเรื่องราวที่รวมทุกศาสตร์ไว้ด้วยกัน จนทำให้คนอ่านอย่างเรางงว่า นี่กำลังหยิบหนังสืออะไรมาอ่านอยู่กันแน่ !

                แน่นอนว่าเนื้อหาไม่ได้พาเราไปอยู่จุดที่จะเข้าใจอะไรได้อย่างง่ายดาย เพราะด้วยภาษาที่ใช้อาจจะมีความซับซ้อนเล็กน้อย แต่เมื่ออ่านๆไป เราก็จะเข้าใจในการสื่อของผู้เขียน หรือเรียกง่ายๆว่าเริ่มซึมซับ เพราะในฐานะคนอ่านที่เรียกได้ว่ายังไม่ใช่นักอ่านเท่าไหร่นักยังต้องเปิดพจนานุกรมผ่าน Google translate เพื่อทำความเข้าใจอีกที 


แต่สิ่งที่ทำให้ประทับใจและชื่นชอบใน 4 บทแรกที่อ่านจนวางไม่ลงเพราะอ่านต่อ (เสียงคงแหบก่อนพอดี ส่วนตัวชอบอ่านออกเสียง) คือการที่ตัวอย่างวรรณกรรมในหลายๆ เรื่องเป็นเรื่องรอบตัวที่เรามักจะเคยผ่านหน้าผ่านตา จากการอ่านในวัยเด็กจริงๆ หรืออาจจะรู้จักเพราะภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่องนำมาดัดแปลง เลยทำให้วันอย่างเราที่ยิ่งอ่านแล้วรู้สึกสนุกเข้าไปใหญ่ อีกทั้งตั้งแต่บทแรกก็ทำให้รู้สึกราวกับว่าเรากำลังดูซีรีย์สักเรื่องที่เมื่ออ่านจบ 1 บทแล้วอย่ารู้แล้วว่า ตอนที่ 2 ตัวละครจะเป็นอย่างไรต่อ

ตอนที่บนแรก :  วรรณกรรมคืออะไร?

            เป็นการตั้งคำถามง่ายๆ เหมือนออกสอบแต่หาคำตอบจากการเล่าเรื่องจากในอดีตกาล อีกทั้งยังยกตัวอย่างง่ายๆ ให้เราเห็นภาพง่ายๆว่าสิ่งนี้แหละที่เรียกว่าวรรณกรรม อย่างการที่หยิบเรื่องของ The lion,the Wich and the Wardrode หรือที่วัยเด็กรู้จักกันในนามของ Nania ที่มีเด็กเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหลุดไปอีกมิติหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้เราเองก็รู้จักเนื่องจากดูภาพยนตร์แต่สมัยนั้นวัยเด็กเราดูเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แยกไม่ได้ว่าสิ่งได้คือวรรณกรรมหรือนวนิยาย 


แต่เมื่อเราได้เปิดอ่านไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งทำให้เห็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในอดีตมากมาย ที่ผู้เขียนพยายามค่อยๆให้เราทำความเข้าใจ ไม่ต้องรีบร้อน แม้ว่าวรรณกรรมนั้นจะผ่านมายาวนานแล้วก็ตาม สิ่งที่ประทับใจในงานเขียนจะมีคำพูดหนึ่งของจอน์นที่ชื่นชอบมากคือ "วรรณกรรมชั้นดีย่อมมอบสิ่งต่างๆ ให้เราอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าเราจะอ่านตอนไหนก็ตาม" ที่จอน์นเขาต้องการสื่อก็คือ ไม่ว่าเราจะอ่านวรรณกรรมเล่มเดิมๆ ในช่วงวัยไหนก็ตามวรรณกรรมเหล่านั้นมักจะมีบทบาทกับเราในทุกช่วงวัยเสมอ แม้ว่าเนื้อหาของวรรณกรรมจะไม่เคยเปลี่นไปเลยก็ตาม 

อย่างตอนที่อ่านบท : โศกนาฎกรรม

                    เป็นการหยิบเรื่องราวของวรรณกรรมที่เกิดขึ้นมาจากการเล่าเรื่องของกษัตย์ที่ต้องจำนนต่อโชคชะตาที่ไม่อาจเลี่ยงได้ แต่เมื่ออ่านแล้วเราเองก็รับรู้ได้เหมือนที่ในหนังสือกล่าวแหละว่า ไม่รู้สึกสนุกก็รู้สึกหมดแรง โดยเรื่องวรรณกรรมที่เขาหยิบมานั้นเป็นเรื่อง Oedipus Rex เนื้อเรื่องเล่าถึงกษัตย์ที่ถูกโหรทำนานว่าจะต้อง ฆ่าพ่อ แต่งงานกับแม่แล้วก็ต้องตาบอด โดนที่เนื้อเรื่องดำเนินเพียงเวลาสั้นๆแต่ทำเอาอ่านแล้วก็ไปต่อไม่เป็นอยู่สักพักนึง นอกจากนั้นในบางบทก็ได้เอาเรื่องราวทางประวัติศาตร์มากมายมารวมกันตั้งแต่ต้นกำเนิดของภาษาอังกฤษโบราณ หรือที่เคยมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "ภาษาแองโกลแซ็กซอน" ที่หากไม่มาอ่านหรือไม่ได้สนใจในด้านนี้ก็จะไม่มีวันได้รู้เลยว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ด้วยหรือ 

แน่นอนว่าผู้เขียนเองอย่างจอน์นเองก็ไม่ได้แค่เอาเรื่องราวของวรรณกรรมมาเล่าเท่านั้นยังหยิบยกข้อถกเถียงในช่วงนั้น  มาอีกด้วย เป็นเรื่องที่ดีเพื่อจะทำให้เราสามารถคิดได้หลากหลายมุมมอง หรือแม้แต่การหยิบเอาเรื่องสงครามโลก การแบ่งแย้งดินแดน ต่างเชื่อมโยงให้เราเห็นภาพได้อย่างชัดเจนมาก

            ทั้งเหตุการณ์ในอดีตและปัจจุบันว่าเกี่ยวข้องกันยังไง ยิ่งถ้าหากเป็นคนที่ชอบศึกษาหรืออ่านเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เหมือนกันแล้วล่ะก็บอกได้เลยว่า เล่มนี้ก็เหมาะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้ได้อะไรเยอะมาก และยิ่งไปมากกว่านั้นคือหนังสือทำให้เราเข้าใจกระชับง่ายโดยที่จบไปในแต่ละบทได้โดยที่เราสามารถอ่านบทถัดไปแล้วนำมาเชื่อมโยงกันได้ ทำให้การอ่้านนั้นไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย



ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม